Profile photo for OD3224
OD3224 @sun__99999

#ข่าวที่เป็นกระแสตอนนี้ ริยาด เจอเตือนภัยครั้งแรก "ฮูตียิงขีปนาวุธ-โดรนถล่ม" ซาอุฯ สกัดกลางอากาศ ไฟลุกใกล้สนามบิน 20 กันยายน 2569 BBC รายงาน สถานการณ์ใน #กรุงริยาด เมืองหลวงของ #ซาอุดีอาระเบีย เผชิญ #สัญญาณเตือนภัยทางอากาศ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การสู้รบกับ #กลุ่มฮูตี ใน ยกระดับขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังฝ่ายฮูตีประกาศว่า “เป้าหมายสำคัญ” ในกรุงริยาด รวมถึง (Saudi Aramco) ที่เมืองยันบู ขณะที่กองกำลังฝ่ายซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า สามารถสกัดขีปนาวุธพิสัยไกลที่มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงริยาดได้ และยังสกัดการโจมตีที่มุ่งเป้าเมืองบิชอา ไทฟ์ ฟาราซาน และยันบูได้อีกหลายครั้ง . เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้ามืดวันที่ 19 กันยายนตามเวลาท้องถิ่น หลังหน่วยป้องกันภัยพลเรือนซาอุดีอาระเบียส่งสัญญาณเตือนประชาชนในกรุงริยาดและพื้นที่โดยรอบให้เข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย ต่อมามีรายงานเสียงระเบิดและพบกลุ่มควันดำขนาดใหญ่ใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิด ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าควบคุมเพลิงบริเวณถังเชื้อเพลิงใกล้สนามบิน อย่างไรก็ตาม สาเหตุของเพลิงไหม้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเกิดจากขีปนาวุธหรือโดรนโดยตรง และทางการซาอุดีอาระเบียรายงานว่าไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งนี้ . ยาห์ยา ซารี โฆษกฝ่ายทหารของฮูตี อ้างว่า ปฏิบัติการดังกล่าวใช้ทั้งขีปนาวุธพิสัยไกล ขีปนาวุธร่อน และโดรนจำนวนมาก โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้การโจมตีทางอากาศของซาอุดีอาระเบียต่อกรุงซานา เมืองหลวงเยเมนซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของฮูตี ขณะที่ฝ่ายซาอุดีอาระเบียระบุว่าการโจมตีของฮูตีมุ่งเป้าไปยังพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รวมถึงโครงสร้างด้านพลังงาน . ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกรุงริยาด เนื่องจากเที่ยวบินที่ ได้รับผลกระทบ มีรายงานเที่ยวบินล่าช้าและยกเลิกบางส่วน ขณะที่การแจ้งเตือนภัยทางอากาศถูกส่งไปยังประชาชนในหลายพื้นที่ ก่อนทางการประกาศยกเลิกคำเตือนในช่วงเช้าวันเสาร์ . การโจมตีนี้ ทำให้ ยกระดับ ในตะวันออกกลาง โดยเตือนให้เพิ่มความระมัดระวังและเตรียมรับความเป็นไปได้ที่เที่ยวบินอาจถูกยกเลิก สนามบินหรือเส้นทางเดินทางอาจหยุดชะงัก พร้อมระบุว่าความขัดแย้งระหว่างฮูตีกับซาอุดีอาระเบียมีโอกาสยกระดับอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีคำแนะนำสำหรับซาอุดีอาระเบียอยู่ที่ระดับ 3 “Reconsider Travel” ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน โดยให้เหตุผลถึงความเสี่ยงจากขีปนาวุธและโดรน รวมถึงความขัดแย้งทางทหารและการก่อการร้าย . การโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงที่แนวรบเยเมนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้กองกำลังฮูตีสามารถยึดเมืองท่าโมคาและรุกเข้าสู่พื้นที่หมู่เกาะยุทธศาสตร์ในทะเลแดง รวมถึงเกาะเปริมที่อยู่ใกล้ช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญระหว่างทะเลแดงกับอ่าวเอเดน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าระหว่างเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในช่วงที่ ได้รับผลกระทบจากสงครามในภูมิภาค . แสดงความกังวลต่อการโจมตีของฮูตีที่กระทบเมือง โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่การสู้รบในเยเมนเองก็ทวีความรุนแรงขึ้น โดยรายงานขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ระบุว่า จำนวนผู้พลัดถิ่นภายในประเทศจากการสู้รบรอบล่าสุดเพิ่มเป็น 104,796 คน หรือ 17,461 ครัวเรือน โดยพื้นที่ตะอิซ (Taiz) มีผู้พลัดถิ่นมากกว่า 63,000 คน และลาห์จ (Lahj) ประมาณ 26,400 คน . สถานการณ์ กำลังเปลี่ยนจากการสู้รบในเยเมน ไปสู่ความเสี่ยงที่กระทบทั้ง เมืองหลวงซาอุดีอาระเบีย สนามบิน โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน และเส้นทางเดินเรือทะเลแดง โดยตรง ขณะเดียวกันตุรกีประกาศพร้อมให้การสนับสนุนซาอุดีอาระเบียด้านความมั่นคงภายใต้ข้อตกลงป้องกันร่วมที่ทำกับซาอุดีอาระเบียและปากีสถาน ท่ามกลางความพยายามควบคุมไม่ให้แนวรบใหม่ขยายตัวไปสู่สงครามระดับภูมิภาค . สำหรับตลาดพลังงาน ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่การที่ฮูตีสามารถกดดันเส้นทางทะเลแดงและช่องแคบบับเอลมันเดบได้พร้อมกับความไม่แน่นอนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันหรือเรือบรรทุกน้ำมันเพิ่มขึ้น ต้นทุนประกันภัย การขนส่ง และราคาพลังงานมีโอกาสได้รับแรงกดดันเพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันในตลาดโลกยังขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายและระยะเวลาที่เส้นทางขนส่งถูกจำกัด . .